ThaiDreambox ::... TDB http://ThaiDreambox.bayore.net




21 สิงหาคม 2562, 01:49 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

ยินดีต้อนรับเข้าสู่... หนึ่งทศวรรษ ThaiDreambox

 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ตอบ  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [ข่าว]ผ่าร่างกฎหมาย กสทช.สู่ยุคปฏิรูป'คลื่น'  (อ่าน 2937 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แชมป์
สมาชิก VIP
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 173

แค่สนใจและอยากรู้ อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น


« เมื่อ: 02 มิถุนายน 2553, 12:35 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

   ผ่าร่างกฎหมาย กสทช.สู่ยุคปฏิรูป'คลื่น'    

         ตั้งตารอคอยมากว่า 10 ปี ในที่สุดร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และ กำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ......ก็ผ่านการโหวตรับหลักการในวาระแรก ในที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปอย่างรวดเร็ว ด้วยคะแนนเสียง 245 เสียง โดยไม่มีฝ่ายค้านเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 24  มีนาคมที่ผ่านมา อันเป็นการประชุมในอาคารรัฐสภา  ท่ามกลางการจัดวางสิ่งกีดขวาง และกำลังทหารตำรวจหลายกองร้อย  โอบล้อมปิดกั้นพื้นที่บริเวณโดยรอบอาคาร เนื่องจากหวั่นผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่เชิงสะพานผ่านฟ้าฯ จะยกพลปิดล้อมซ้ำรอยเดิม

         ในการจัดทำร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 1 ชุดจำนวน 45 คน ขึ้นมาพิจารณาร่าง และตั้งกรรมาธิการวิสามัญอีกคณะหนึ่ง เพื่อกำหนดประเด็นการแปรญัตติ เป็นคณะทำงานที่ต้องทุ่มเทเวลาศึกษาและอ่านร่างพ.ร.บ.นี้ทุกตัวอักษร  โดยหนึ่งในสี่สิบห้าคนที่เป็นมันสมองสำคัญเรื่องนี้ คือ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ฯ นี้
 ความพยายามจัดตั้งองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ที่ล้มเหลวมาตลอดนับสิบปี วันนี้ได้เริ่มต้นใหม่นับหนึ่งในกระบวนการนิติบัญญัติแล้วนี้ มีรูปร่างหน้าตาเบื้องต้นเป็นอย่างไร เมื่อผ่านความเห็นชอบกระทั่งเป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ มีตัวองค์กรขึ้นมาได้จริงแล้ว ภารกิจหลักในการจัดสรรคลื่น แหล่งทรัพยากรในอากาศที่มีมูลค่ามหาศาลคืออะไร อุตสาหกรรมสื่อสาร โทรคมนาคม ในมิติใหม่จะมี"ตัวร่าง" เป็นอย่างไร  ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ มีคำอรรถาธิบาย

***ผลหลังจาก พ.ร.บ.ผ่านสภา
         สำหรับแผนระยะสั้นก่อนที่จะมีการสรรหาและแต่งตั้ง กสทช. ในร่างดังกล่าวเขียนไว้ชัดเจนให้ กทช.  (คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) รักษาการไปก่อน แต่การประกอบกิจการวิทยุ-โทรทัศน์ให้เป็นไปตามกฎหมายการประกอบกิจการ และก่อนมีเลขาธิการ กสทช. ให้เลขาธิการ กทช.รักษาการไปก่อน เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้  ให้โอนทรัพย์สิน สิทธิ หนี้สิน พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน กทช.ไปเป็นของสำนักงาน กสทช. และ ให้โอนทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ พนักงานและลูกจ้างที่สมัครใจของกองงาน กกช. กรมประชาสัมพันธ์ไปเป็นของสำนักงาน กสทช.

         สำหรับงานภายนอก เช่น หน่วยงานราชการ ,กองทัพบก , บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ฯลฯ และ ผู้รับสัมปทานต่าง ๆ ก็ต้องแจ้งเหตุจำเป็นในการถือครอง โดยกรณีสัมปทาน ให้หน่วยงานรัฐที่ให้สัมปทาน แจ้งรายละเอียดต่อ กสทช. ส่วนผู้ที่ได้รับสัมปทาน เช่น สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นั้น สัมปทานหมดอายุในปี 2563 ก็ยังประกอบกิจการต่อไปได้จนกว่าจะครบอายุสัมปทาน เพราะรัฐสัมปทานไปก่อนที่กฎหมายฉบับนี้เกิด แต่ต้องเป็นสัมปทานที่ได้มาโดยชอบของกฎหมาย

         ส่วนกรณีของผู้ที่ได้รับการจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่โทรคมนาคม ก็ดำเนินการเหมือนกรณีผู้ได้รับจัดสรรหรือใช้คลื่นความถี่วิทยุ-โทรทัศน์ และ ให้รัฐวิสาหกิจ คือ บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ที่ให้สัมปทาน ต้องโอนรายได้จากสัมปทานที่ใช้คลื่นความถี่เข้ากระทรวงการคลัง โดยหัก 1.ค่าธรรมเนียมใบอนุญาต (เฉพาะในส่วนสัมปทาน), 2. ค่าใช้จ่ายในการให้บริการอย่างทั่วถึง (เฉพาะในส่วนสัมปทาน), และ 3.ค่าใช้จ่ายในการบริหารสัมปทานตามที่กระทรวงการคลังกำหนดทั้งนี้ ให้มีระยะเวลาผ่อนผัน 1 ปี  
 นอกจากนี้ต้องทำแผนเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทีวีดิจิตอล และวิทยุดิจิตอล ซึ่งจะทำให้ถ้าทำแผนจัดสรรคลื่นความถี่แล้วเสร็จ สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ได้ใหม่ เช่น คลื่นทีวีเพียงช่องเดียวอาจจัดสรรเพิ่มได้อีก  5 ช่อง เพราะฉะนั้นฟรีทีวีในปัจจุบันมี 6 ช่อง สามารถแยกย่อยเพิ่มเป็นฟรีทีวีได้อีก 30 ช่อง และสามารถแบ่งออกได้อีก 20 ช่อง เป็นทีวีความคมชัดสูงก็ได้

         สำหรับแผนระยะยาว  ต้องมีแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ เป็นหลักในการออกใบอนุญาต และจะต้องมีแผนแม่บทกิจการวิทยุ-โทรทัศน์ และ แผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม เพราะฉะนั้นทั้งสองแผนต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายการจัดตั้งองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ

         นอกจากนี้ต้องจัดสรรคลื่นความถี่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มภาคประชาชนในการบริการชุมชน  20% โดยไม่มีการหารายได้  และอีก 2 ส่วน คือ หน่วยงานราชการและภาครัฐ และ บริการเชิงพาณิชย์ ต้องใช้วิธีการประมูลคลื่นความถี่  
"ระบบสัมปทานแบบวิ่งเต้นจะได้หมดไป ระบบเล่นเส้นเล่นสายหมดไป เอาเงินเข้าภาครัฐก้อนนี้จัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อพัฒนากิจการวิทยุโทรทัศน์ ส่วนคลื่นภาคประชาชนใช้ไปให้บริการวิทยุชุมชน เช่น วิทยุชมชนในพื้นที่ และชุมชนตามกลุ่มความสนใจโดยไม่มีโฆษณา"

          หลังจากนี้ ถ้ากฎหมายผ่านกระบวนการนิติบัญญัติได้ภายในสิ้นปีนี้แล้ว ต้องใช้เวลาพอสมควรในการจัดตั้ง กสทช. ให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเป็นกลางปี 2554 และกว่าจะจัดทำแผนคลื่นความถี่ต้องใช้เวลาอีก 1 ปี และ การออกใบอนุญาตต้องใช้เวลาอีก 1 ปี และในเวลาเดียวกันสัมปทานต่างๆ ก็คงหมดอายุไป กระบวนการทั้งหมดนี้จะค่อยเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่เป็นใบอนุญาตเต็มรูปแบบ มีการแข่งขันเสรีและเป็นธรรมมีการกระจายคลื่นความถี่ใช้กัน

          "เป็นเรื่องยากที่จะทำให้เร็วในสังคมประชาธิปไตย เพราะแต่ละกลุ่มมีผลประโยชน์แตกต่างกันออกไป ที่ช้าเป็นเพราะช้ามา 10 ปีแล้วจากการออกแบบรอบที่แล้วทำให้ช้า รอบนี้แก้ปัญหาได้ก็ยังช้ากว่าความต้องการของคนอยู่"


**กระบวนเลือก กสทช. เริ่มกลางปีหน้า
          ถ้ากฎหมายแล้วเสร็จปลายปี 2553 คือผ่านวาระแรกรับหลักการของสภาผู้แทนราษฎร (ผ่านแล้วเมื่อ 24 มีนาคม 2553) แล้วมาตั้งอนุกรรมาธิการพิจารณาร่างฯ ไปดูรายมาตรา จากนั้นเมื่อเปิดประชุมสภาสมัยที่สองช่วงปลายปี น่าจะเสนอกลับมาเข้าสภาเพื่อพิจารณาวาระ 2 และให้ความเห็นชอบเป็นวาระ 3 แล้วส่งให้วุฒิสภาไปพิจารณาอีก 3 วาระ เช่นกัน ถ้าไม่ขัดข้องและเห็นชอบได้ภายในสิ้นปี 2553 นี้ และลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายแล้ว ถัดจากนั้นกระบวนการสรรหาให้เลือก กสทช. ใช้ระยะเวลา 180 วัน ประมาณ 6 เดือน เชื่อว่าอีกประมาณครึ่งปีแรกของปี 2554 ก็จะได้ กสทช.

***หน่วยงานภายใต้ กสทช.
           ประกอบด้วย 2 คณะ คือ คณะกรรมการกิจการการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. คณะหนึ่ง และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค.อีกคณะหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคณะดังกล่าวมาจากกรรมการ กสทช. ทั้งหมด ข้างละ 5 คน  แต่ประธานกรรมการ ไม่ต้องลงมา ดังนั้น ใครมีความถนัดแต่ละด้านก็ถูกมอบหมายให้เข้ามารับผิดชอบ

***บทเรียนสององค์กรที่ผ่านมา
          เป็นโจทย์ใหญ่ครั้งนี้ ( กทช. และ กสช.) ที่จะต้องแก้ให้ได้ จะดีจะชั่วยังไงต้องให้ได้คนมาก่อน เพราะฉะนั้นการออกแบบกระบวนการให้ได้คนมา เป็นเรื่องที่กรรมาธิการให้ความสำคัญสูงมาก แผนหนึ่งไม่สำเร็จต้องมีแผนสองและแผนสามรองรับ  เพราะฉะนั้นค่อนข้างมั่นใจได้อยู่ว่าน่าจะเกิดได้จริงจะช้าไปบ้าง มีโอกาสช้าบ้าง แต่เชื่อว่าจะต้องเกิดแน่

***กสทช.จะไม่ยืดเยื้อเหมือนที่ผ่านมา
          ไม่น่าจะเหมือนกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดข้อหนึ่งเลย คือ กฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่มีแผน B หรือ แผนสอง พอล่มมีโอกาสล่มง่ายเพราะกระบวนการกว่าจะได้มามันยาวและผลประโยชน์มันเยอะ คนที่ไม่อยากให้เกิดก็หาทางตัดตอนด้วยวิธีต่าง เช่น ฟ้องโน่น ฟ้องนี่ และมันล้มได้ทุกขั้นตอน เหมือนภาษาอังกฤษ weakest  link   (กำจัดจุดอ่อน) มีจุดอ่อนจุดไหนอยู่ก็แยงจุดนั้น ต่อให้โซ่ยาวหลายขั้นตอน ทุกขั้นตอนแข็งหมดมีจุดอ่อนนิดเดียว ก็พังทั้งกระบวนการ ที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้น ที่ผ่านมาไม่อ่อนจุดเดียวแต่อ่อนหลายจุดด้วย

ที่มา http://www.thanonline.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 มิถุนายน 2553, 12:52 โดย แชมป์ » บันทึกการเข้า

แชมป์
สมาชิก VIP
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 173

แค่สนใจและอยากรู้ อะไรๆ ก็จะง่ายขึ้น


« ตอบ #1 เมื่อ: 02 มิถุนายน 2553, 12:42 »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง

วุฒิสภาผ่านร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ-เพิ่มกสทช.
         การประชุมวุฒิสภานัดพิเศษ ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุ กระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมพ.ศ.....(กสทช.)ในวาระ 2 และ 3 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยเป็นการพิจารณาเรียงมาตรา รวม 96 มาตรา ที่ประชุมได้ลงมติด้วยคะแนน 85 ต่อ 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้

         นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการแก้ไขคือ จำนวนกรรมการกสทช.เป็น 15 คนจากร่างเดิมของสภา 11 คน โดยวุฒิสภาฯลงมติเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วยคะแนน 59 ต่อ 26 คน

         สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.นี้คือการมีกรรมการกสทช.เพื่อมาควบคุมดูแลออกใบ อนุญาตจัดสรรคลื่นความถี่ทั้งกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม ซึ่งปัจจุบันมีธุรกิจที่มีเกี่ยวข้องมูลค่าหลายแสนล้านบาท โดยเฉพาะในแวดวงสื่อสารมวลชนและกิจการโทรคมนาคมพยายามผลักตัวแทนเข้ามาเป็น กรรมการ
         
         ทั้งนี้ ประเด็นที่มีความสำคัญคือมาตรา 6 เกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคม(กสทช.)ที่ให้มีกรรมการ กสทช. มาควบคุมดูแลออกใบอนุญาต จัดสรรคลื่นความถี่ ทั้งกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคม ประเด็นสำคัญที่วุฒิสภาเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของคณะกรรมาธิการฯ คือ องค์ประกอบของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จากเดิม 11 คน เพิ่มเป็น 15 คน

         นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขั้นตอนจากนี้ไปจะส่งร่างฯ ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาขั้นตอนสุดท้ายว่า จะเห็นชอบการแก้ไขของวุฒิสภาหรือไม่ หากสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบ ก็ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมของ 2 สภามาพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมอยู่ที่ 30 วัน

ที่มา http://www.thanonline.com
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ตอบ  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  




Link: 711Shop.info | อนันตารีสอร์ท | ลงประกาศฟรี | ขายสินค้ามือ2 | ผลบอลสด
..............

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!